ชาเขียวที่ใครหลายคนชอบกินกัน บอกได้เลยว่า “มาถูกทางครึ่งหนึ่ง” แล้วครับ อ่าวทำไมมันเป็นครึ่งหนึ่งเองล่ะ..? เพราะว่าส่วนมากแล้วชอบกินชาเขียวลาเต้ หรือชาเขียวใส่นมกันนั่นเองครับ
ถ้าสำหรับใครที่ต้องการการต้านมะเร็งแบบเห็นผลได้จริง แนะนำว่าต้องกินแบบผสมน้ำเปล่า หรือว่าไม่ผสมอะไรเลยครับ อันนี้เป็นข้อกำหนดก่อนที่เราจะไปลุยเนื้อหากันครับ
ทำไมชาเขียวถึงต้านมะเร็ง
- สารสำคัญในชาเขียวที่เกี่ยวข้องกับการลดมะเร็ง ชาเขียวประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์หลายชนิด ได้แก่:
- สารคาเทชิน (Catechins):
- กลุ่มของโพลีฟีนอลที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- สารที่สำคัญที่สุดคือ Epigallocatechin Gallate (EGCG) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่ช่วยป้องกันมะเร็ง
- ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids):
- ช่วยลดการอักเสบและป้องกันความเสียหายของเซลล์
- สารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ:
- ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในเซลล์
- กลไกการทำงานของชาเขียวในการลดความเสี่ยงมะเร็ง
2.1. ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
- EGCG มีความสามารถในการ:
- ยับยั้งเอนไซม์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
- ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง (Cell Proliferation)
2.2. ป้องกันการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Angiogenesis)
- เซลล์มะเร็งต้องการหลอดเลือดใหม่เพื่อส่งสารอาหาร
- ชาเขียวสามารถยับยั้งกระบวนการนี้ ทำให้เซลล์มะเร็งขาดสารอาหารและไม่สามารถขยายตัวได้
2.3. ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Properties)
- สารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียวช่วยลดความเสียหายของ DNA ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
- การป้องกันนี้ช่วยลดโอกาสที่เซลล์ปกติจะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
2.4. เสริมกระบวนการตายของเซลล์ผิดปกติ (Apoptosis)
- ชาเขียวช่วยกระตุ้นกระบวนการ Apoptosis ซึ่งเป็นการทำลายเซลล์ที่ผิดปกติหรือเซลล์ที่ไม่จำเป็นในร่างกาย
2.5. ลดการอักเสบ (Anti-inflammatory Properties)
- การอักเสบเรื้อรังสามารถกระตุ้นการเกิดมะเร็งได้
- สารคาเทชินช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
- มะเร็งชนิดใดที่ชาเขียวอาจช่วยลดความเสี่ยงได้บ้าง
งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นว่าชาเขียวอาจมีผลต่อการลดความเสี่ยงของมะเร็งชนิดต่าง ๆ เช่น:
- มะเร็งเต้านม (Breast Cancer):
EGCG ช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในเนื้อเยื่อเต้านม - มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer):
สารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสียหายของ DNA ในลำไส้ใหญ่ - มะเร็งปอด (Lung Cancer):
EGCG ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งปอด - มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer):
การดื่มชาเขียวอาจลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ - มะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer):
การบริโภคชาเขียวช่วยลดการอักเสบและการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่กระตุ้นมะเร็งผิวหนัง
สำหรับใครที่กังวลเกี่ยวกับมะเร็งในส่วนนี้ การกินชาเขียวจะช่วยได้อย่างเห็นผลแน่นอนครับ แต่ถึงจะเป็นส่วนอื่น การกินชาเขียวก็มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระอยู่แล้ว ยังไงก็สามารถช่วยได้ไม่มากก็น้อยแน่นอนครับ
- หลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- งานวิจัยพบว่าผู้ที่ดื่มชาเขียวเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อมะเร็งชนิดต่าง ๆ ลดลงถึง 20-30% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่ม
- ในการศึกษาในกลุ่มประชากรจีนและญี่ปุ่น ซึ่งนิยมดื่มชาเขียว พบว่ามีอัตราการเกิดมะเร็งต่ำกว่าประเทศตะวันตก
- ปริมาณชาเขียวที่ควรดื่ม
- งานวิจัยส่วนใหญ่แนะนำการดื่มชาเขียววันละ 3-5 ถ้วย เพื่อให้ได้ปริมาณ EGCG เพียงพอ
- อย่างไรก็ตาม ควรดื่มในปริมาณพอเหมาะ เนื่องจากชาเขียวมีคาเฟอีนไม่งั้นเดี๋ยวนอนไม่หลับได้นะครับ
- คำเตือนและข้อควรระวัง
- คาเฟอีน:
แม้ว่าชาเขียวจะมีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟ แต่การดื่มมากเกินไปอาจทำให้นอนไม่หลับหรือกระตุ้นหัวใจ - เหล็กในร่างกายต่ำ:
สารแทนนิน (Tannins) ในชาเขียวอาจลดการดูดซึมธาตุเหล็ก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มพร้อมอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ไม่อย่างงั้นธาตุเหล็กที่กินไปสุดท้ายไม่ได้ประโยชชน์แน่นอนครับ
สรุป
ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งโดยการลดความเสียหายของ DNA, ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง, และลดการอักเสบ อย่างไรก็ตาม การดื่มชาเขียวควรทำอย่างเหมาะสม และไม่ควรมองว่าเป็นยารักษาโรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ดีและสมดุล
นอกจากจะได้ความอร่อยแล้ว ก็ยังได้ประโยชน์ด้วยเช่นกันครับ และส่วนตัวผมก็ชอบดื่มชาเขียวเหมือนกัน แต่ก่อนจะจากกันไป สำหรับใครที่มองหาหวยออนไลน์ มีเสนอหวยออนไลน์แบบถูกกฎหมายครับ ได้รับการรับรองจากรัฐบาล หน่วยงานจากอเมริกา และหน่วยงานจากอังกฤษครับ
2 ตัวท้ายจ่ายบาทละ 98 บาท : 3 ตัวท้ายจ่ายบาทละ 970 บาท ยกเลิกได้ฟรี คืนเงินทันทีเต็มจำนวนแทบจะไร้ความเสี่ยงครับ สามารถเข้าไปส่องๆก่อนได้ที่นี่ครับ